เล่าขาน…ตำนานเมืองลับแล

ภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้น ม.1 ไปศึกษาเพิ่มเติมเรื่องตำนานเมืองลับแลซึ่งครูได้นำมาให้ศึกษาในบล้อคนี้ค่ะ

 
            ตำนานเมืองลับแล เป็นตำนานพื้นบ้านที่เล่าขานสืบต่อกันมาว่าชาวเมืองลับแลเป็นเมืองที่มีแต่หญิงสาวจึงเรียกกันว่าเมืองแม่หม้าย ผู้คนเมืองนี้ยึดมั่นแต่ความดี มีศีลธรรมและรักษาวาจาสัตย์ ต่อมามีชายหนุ่มชาวทุ่งยั้งคนหนึ่ง เดินทางหลงเข้าไปในเมืองลับแล พบสาวลับแลนางหนึ่ง ทั้งสองเกิดความรักต่อกัน สาวลับแลจึงรับชายหนุ่มไปอยู่บ้านตน และอยู่กันกันฉันสามีภรรยา สาวลับแลให้ผู้เป็นสามีสัญญาว่าจะไม่พูดเท็จ สามีรับคำ สองสามีภรรยาอยู่ด้วยกันจนมีบุตรหนึ่งคน วันหนึ่งขณะที่ภรรยาออกไปเก็บผักหักฟืน ลูกหิวนมร้องไห้ พ่อปลอบเท่าไรก็ไม่ยอมหยุดร้องไห้ จึงพลั้งปากบอกไปว่า
   “โน่นแน่ะ….แม่มาแล้ว” เมื่อภรรยาทราบว่าสามีพูดเท็จ ก็จำเป็นต้องให้สามีออกจากเมืองลับแลไปเพราะไม่รักษาวาจาสัตย์ตามสัญญา
           
ก่อนออกเดินทางภรรยาได้มอบย่ามใบหนึ่งให้สามี พร้อมกับกำชับว่าห้ามเปิดดูระหว่างทาง สามีจำต้องออกเดินทางไปจากเมืองลับแล ระหว่างทางนั้นสามีสะพายย่ามมาด้วยความเหนื่อยล้า และรู้สึกว่าย่ามหนักขึ้นทุกที ๆ จึงสงสัยว่ามีอะไรอยู่ในย่าม ทำไมจึงรู้สึกว่ามันหนักขึ้นทุกที ๆ เขาวางย่ามลงแล้วเปิดดู โดยลืมคำพูดของภรรยาเสียหมดสิ้น เห็นเป็นขมิ้นสด ๆ เต็มย่าม จึงรำพึงว่า “แหม….แค่ขมิ้นธรรมดา บ้านเรามีเยอะแยะเป็นดง จะแบกไปให้เหนื่อยทำไม”
ดังนั้นชายหนุ่มจึงทิ้งขมิ้นไป เหลือไว้ดูต่างหน้าเพียงหนึ่งแง่งเดียว
         ครั้นพอกลับไปถึงบ้านตน ก็เล่าความเป็นมาที่ตนเองหายจากบ้านไปนานให้ญาติ ๆ ฟัง และหยิบขมิ้นที่เหลือเพียงแง่งเดียวให้ญาติดู ปรากฎว่าขมิ้นแง่งนั้นกลายเป็นทองคำเหลืองอร่าม ชายหนุ่มตกใจมากและนึกเสียใจที่ตนเองไม่เชื่อภรรยาตั้งแตกแรก ก็เลยพยายามหาทางกลับไปเมืองลับแลอีกครั้งหนึ่ง แต่ปรากฎว่าหาทางเข้าไปในเมืองเท่าไหร่ก็ไม่พบ เหมือนจะแลลับหายไป ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของขมิ้นที่ทิ้งไว้.
          ปัจจุบันชาวเมืองลับแลยังคงยึดถือสัจจะวาจา  ไม่พูดโกหก และเชื่อว่าเมืองลับแลที่กล่าวถึงนี้คืออำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ จะขอนำกลอนของ อาจารย์โสภณ  อ้นไชยะ
ยกวาที มีเมือง อยู่เมืองหนึ่ง                   คนเก่าซึ่ง ผู้เฒ่า เล่าบอกขาน
เมืองลับแล มีแม่ม่าย ในตำนาน             ครั้งโบราณ ผ่านกราย หลายร้อยปี
คนสันทัด สัตย์ซื่อ ถือสัจจะ                    ล้วนลดละ อบายมุข อยู่สุขขี
วรรณะเขา ขาวด้วย ผิวสวยดี                  ทุกคนมี ศีลมั่น ขยันเกิน
ปลูกบ้านใกล้ เรือนเคียง เรียงระเบียบ      สะอาดเงียบ อัศจรรย์ น่าสรรเสริญ
อาศัยบุญ หนุนนำ ค้ำเจริญ                      ไม่เชื่อเชิญ เดินเข้าไป พิสูจน์กัน
ไพรลำเนา เดินเข้าไป ได้ไม่ยาก             เพียงลำบาก วิธีบ้าง อย่างใจฝัน
ศีลสมาธิ ปัญญา พาหะพลัน                   ไม่กี่วันจะได้พบ ดังคำลือ
เห็นพืชสวน นาไร่ หมู่ไม้ผล                     ดกทุกต้น คนปลูกไว้ อย่างไรหรือ
ใช้แรงคน แรงสัตว์ รึแรงมือ                     ถิ่นนี้คือ ภูมิฐาน บ้านลับแล
มาคราวหนึ่ง หนุ่มใหญ่ เดินไพรกว้าง      สิงขรกลาง ดงวงวัง ดั่งร่างแห
ไม่รู้ทิศ ไม่รู้ทาง นั่งท้อแท้                       นัยน์ตาแล มองเขม้น เห็นเจ็ดนาง
ไม่ทันเห็น ช่องทาง เหล่านางออก           เห็นนางซอก ซุกใบไม้ พุ่มใบขวาง
นางรีบไป ลับนัยน์ตา คราเลือนราง          หนุ่มใหญ่ย่าง ย่องเหยาะหยิบ มาหนึ่งใบ
เย็นมากแล้ว เจื้อยแจ้ว เสียงนางกลับ       หกนางจับ ใบไม้ทัน สายัณห์สมัย
แล้วหกนาง ต่างรีบเข้า ลับแลไป              เหมือนทิ้งให้ หนึ่งนาง หาทางเอา
แม้นจักหา ใบไม้ ไม่พานพบ                     นางสงบ ใจละห้อย อย่างหงอยเหงา
ความร้อนใจ พิไลร่ำ ซ้ำหมดเชาวน์          หนุ่มใหญ่เข้า ปลอบขวัญ กัลยา
ความยินดี ที่คืนของ ต้องยอมถอย          พาหนุ่มต้อย ติดตามไป ในภูผา
ยอมกินอยู่ คู่กัน เป็นภรรยา ขวบปีมา      คลอดบุญปลูก เป็นลูกชาย
ภรรยา ออกไป ไร่นาสวน                         หนุ่มใหญ่ล้วน เลี้ยงลูก บุญปลูกหมาย
แต่เลี้ยงยาก เลี้ยงลำบาก                         ทั้งใจกาย ไม่สบาย ร้องไห้ ลูกงอแง
นึกไม่ออก บอกไม่ถูก บอกลูกว่า             โน่นแม่มา แม่มา ใช่แหงแหง
นี่คือเหตุ เสียสัจจะ มาปรวนแปร              ต้องมาแพ้ คำถ้อย พล่อยวจี
ภรรยา กลับมาให้ ย่ามขมิ้น                     กลับไปถิ่น ไปยังบ้าน เดิมของพี่
น้องพาส่ง ชี้ทางให้ จงไปดี                     ฝ่ายทางนี้ พี่อย่าห่วง กังวลเลย
ย่ามขมิ้น นั้นหนัก เมื่อเดินกลับ                เอามือจับ ทิ้งไป เสียหลายเอ๋ย
มาถึงบ้าน แง่งเดียว ไม่เหมือนเคย          ทองคำเลย ทั้งแท่ง อร่ามเรือง
ตำนานเมือง ลับแล มีแง่สอน                  มีหลายตอน ของดี ล้วนสีเหลือง
สีขมิ้น สีทองคำ ค่าควรเมือง                  สัตย์สืบเนื่อง ศีลพรต อดทนเอย

                                                                                       โสภณ อ้นไชยะ
                                                                      วันเสาร์ที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑
 
  


                                ภาพประกอบการแต่งกายของชาย-หญิงชาวลับแลในอดีต
ที่มา http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=3d1292c3eee3846e&clk=wttpcts

ใบงาน
            1. ให้นักเรียนไปสัมภาษณ์ผู้รู้ในอำเภอลับแลซึ่งเป็นภูมิปัญญาทางภาษา
เกี่ยวกับตำนานเมืองลับแล
             2.ให้นักเรียนบันทึกความรู้เพิ่มเติม  โดยเขียนลงในแสดงความเห็น

อ้างอิงแหล่งที่มา  http://www.chomrom.com/description.aspx?q_sec=94654617
http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=3d1292c3eee3846e&clk=wttpcts
http://นิทานพื้นบ้าน.whitemedia.org/401/
http://enu.board.ob.tc/-View.php?N=14

36 thoughts on “เล่าขาน…ตำนานเมืองลับแล

  1. อยากเรียนปรึกษาอ.เรื่องภาพประกอบค่ะ ..คือภาพที่อยู่ตรงกลอนเมืองลับแลน่ะค่ะ เป็นภาพเขียนที่ผนังวัดภูมินทร์ จ. น่าน นะคะ อยากให้พิจารณาเปลี่ยนเป็นภาพอื่นที่สอดคล้องกับลับแลจริงๆจะดีกว่าค่ะ

  2. ดักแด้ใช้วิธีการสังเกตว่าในห้องเรียนมีนักเรียนหญิงมากกว่าชาย เลยสรุปว่า เมืองลับแลมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เป็นการแสดงความเห็นที่ดีขึ้นที่รู้จักใช้หลักการสังเกตมาอ้างเหตุผลแต่ลองเปรียบเทียบกับห้องอื่นหรือยัง ถ้าห้องอื่นมรผู้ชายมากกว่าก็คงใช้เหตุผลนี้สรุปไม่ได้ค่ะ

  3. เมืองลับแลเป็นเมืองที่มีแต่ผู้หญิงเพราะผู้ชายทำงานหนักจึงตายจนหมดจนเรียกว่าเมืองลับแลเป้นเมืองลับแลของทุกคน

    • ความเห็นของจุรีพร คล้ายๆกับเพื่อนๆ ที่ยังขาดแหล่งที่มาของข้อมูล แถมของความตอนท้ายที่เขียนว่า
      จนเรียกว่าเมืองลับแลเป้นเมืองลับแลของทุกคน ครูว่าเป็นข้อความที่ไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลก่อนข้อความส่วนหน้านะคะ เรียบเรียงข้อความใหม่ค่ะ

  4. เมืองลับแลเป็นเมืองแม่หม้ายเพราะมีแต่ผู่หญิงไม่มีผู่ชายชักคนจะถามว่าทําไมผุ้ชายไม่มีสักคนแล้ะอยากรุ้ว่าเขาเกิดอะไรกันขึ่นแล่ะทําไมถึงมีแต่ผู่หญิง

    • ครูงงกับความเห็นของสหรัฐมากเลยนะคะ ข้อความที่เขียนว่า มีแต่ผู่หญิงไม่มีผู่ชายชักคนจะถามว่าทําไมผุ้ชายไม่มีสักคนแล้ะอยากรุ้ว่าเขาเกิดอะไรกันขึ่นแล่ะทําไมถึงมีแต่ผู่หญิง ข้อความนี้ไม่ได้แสดงถึงการแสดงความเห็นแต่เป็นการถามอีกต่อหนึ่ง ใครจะตอบล่ะคะ ครูต้องการให้นักเรียนเขียนตอบโดยใช้ความคิดของนักเรียนค่ะ

  5. เมืองลับแลเป็นเมืองแม่หม้ายและไม่มีผู้ชายและเป็นเมืองของจังหวัดอุตรดิถ์เพราะเรารู้มาว่าจะเป็นเรืองที่น่าเข้าใจกับทุกคน

    • ศิริพร พยายามเรียงเรียงถ้อยคำให้สละสลวย อย่าเขียนวกวน ตอนลงท้ายที่เขียนว่า เพราะเรารู้มาว่าจะเป็นเรืองที่น่าเข้าใจกับทุกคน เหตุผลนี้ครูไม่เข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ให้แสดงความเห็นได้อย่างไร ควรเขียนให้ชัดเจน

  6. ผมได้ยินว่าที่เมืองลับแลไม่มีผู้ชายผมจึงสนใจในเมืองลับแล ผม ได้ไปถามตากับยายและผมได้ถามว่าทำไมที่เมืองลับแลไม่มีผู้ชายและถามว่าทำไมผู้ชายในเมืองลับแลจึงอายุสั้นและยายก็ตอบว่าคนที่เป็นผู้ชายจะอายุสั้นเพระทำงานหนักมากจึงทำไห้เหนื่อยล้าและไม่มีเวลาวางที่จะพักผ่อน

    • วัลลภ เขียนแสดงความเห็นได้ดี มีเหตุผล และมีการอ้างถึงผู้ที่ให้ความรู้ เป็นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือได้มากขึ้นค่ะ ฝึกเขียนอีกบ่อยๆจะทำให้เป็นคนมีเหตุผล และมีมารยาทในการเขียนค่ะ

  7. เมืองลับแลมีแต่แมหม้ายเพราะผู้ชายทำงานหนักจึงทำให้ตายมีแต่แม่หม้ายเป็นจำนวนมาก

  8. เมืองลับแลเป็นเมืองที่มีแต่ผู้หญิงเพราะผู้ชายทำงานหนักจึงตายเข้าจึงเรียกเมืองลับแลว่าเป็นเมืองแม่หม้าย

    • ขอแย้งความเห็นนี้หน่อยค่ะ เมืองลับแลมีผู้ชายอยู่ค่ะถ้าไม่มีจะมีประชากรเพิ่มขึ้นได้อย่างไร จิราวรรณกลับไปทบทวนความเห็นใหม่นะคะ

  9. เมืองลับแลเป็นเมืองที่เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีแต่ผู้หญิงไม่มีผู้ชายเพราะผู้ชายทำงานหนักจึงล้มตายเป็นจำนวนมากจึงเรียกว่าเมืองแม่หม้าย

  10. ตำนานเมืองลับแล เป็นตำนานพื้นบ้านที่เล่าขานสืบต่อกันมาว่าชาวเมืองลับแลเป็นเมืองที่มีแต่หญิงสาวจึงเรียกกันว่าเมืองแม่หม้าย ผู้คนเมืองนี้ยึดมั่นแต่ความดี มีศีลธรรมและรักษาวาจาสัตย์

  11. เมืองลับเเลเเต่เกาก่อนมีเเต่ผู้หญิง ไม่มีผู้ชายเพราะผู้ชายทำงานหนักก็เลยไม่มีเลี้ยวเเรง ก็อาจจะทำไห้ผู้ชายเสียได้ผู้ชายบ้างคนก็ผู้เท๊จก็โดนไรออกจากเมือง ก็เลยชื่อว่าเมืองแม่ม่าย

  12. เมืองลับแลเป็นเมืองแม่หม้ายเพราะมีแต่หญิงสาวเพราะผู้ชายทํางานหนักจึงล้มตายเป็นจำนวนมากจึงเรียกเมืองลับแลว่าเมืองแม่หม้าย

    • สุปราณี ควรจะอ้างอิงด้วยว่าหนูรู้มาจากใคร หรือค้นสถิติการตายของผู้ชาวลับแลว่ามากกว่าผู้หญิงจริงหรือเปล่า การอ้างขึ้นมาลอยๆโดยไม่มีแหล่งอ้างอิงยังเป็นข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือค่ะ

  13. เมืองลับแลเป็นเมืองแม่หม้ายเพราะผู้ายที่เป็นหัวห้าครอบครัวทำงานหนักมากจึงทำให้ผู้ชายอายุสั้นกว่าผู้หญิง
    ผู้หญิงจึงเป็นแม่หม้าย
    เขาถึงเรียกเมืองลับแลว่าเมืองแม่หม้าย

  14. ผมได้ไปสัมภาษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นในเมืองลับแลเป็นปู่ทวดผมเองครับอายุ 83 ปี เล่าว่าตำนานเมืองลับแลเป็นเรื่องเล่าที่เล่าสืบต่อกันมาเพื่อเตือนใจผู้คนชาวลับแลให้รู้ว่าบรรพบุรุษของเราเป็นคนมีความซื่อสัตย์ในทางวาจา ยึดถือคำสัตย์ ไม่พูดปด ใครพูดปดก็จะได้รับโทษ ใครซื่อสัตย์ก็จะมีแต่ความสุขความเจริญและมีรูปตอนที่ยายทวดของผมตอนเป็นสาว แต่งตัวเหมือนในรูปครับ นุ่งผ้ารัดอก นุ่งผ้าซิ่นตีนจก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s