จากดอกส้มสีทอง…สู่…การคิด 10 มิติ

จากดอกส้มสีทอง….สู่…การคิด 10 มิติ


ภาพจาก  http://img.kapook.com/image/drama1/doksomseethong_ch3-20.jpg
“เรยา” ร้อนสุดทน พ่อแม่เด็กร้องวธ.หยุดฉาย “ดอกส้มสีทอง” ชี้เนื้อหาแรง ไม่เหมาะสม
ไม่เคารพพ่อแม่ แถมมีผัวกระจาย หวั่นลูกหลานเลียนพฤติกรรม ด้าน “นิพิฏฐ์” รับลูก
ประสานรมต.ประจำสำนักนายกฯ แตะเบรกลดกระแสคำพูดไม่เหมาะสม ด้านผู้จัด
ยันหยิบยกเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงมาตีแผ่ เผยสุดท้ายตัวละครไม่มีความสุขในบั้นปลาย
ส่วน “ชมพู่” อารยา ยันละครมีสาระ สะท้อนอะไรหลายอย่าง
ที่มา http://www.komchadluek.net/detail


ภาพจาก http://202.80.231.103/img2/load_cpic.php?fid=83517&mime=image/pjpeg&ext=jpg

                  ตัวอย่างการวิเคราะห์ ละครหลังข่าวทางช่อง 3 ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์
กันมากในแง่ของความรุนแรงทางพฤติกรรมของตัวละครเอกของเรื่องมงกุฎดอกส้ม
….เรยา…ตัวเอกของเรื่องซึ่งแสดงโดย ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต เป็นลูกสาวขอลำยอง
หญิงรับใช้ในคฤหาสน์ของเศรษฐีชาวจีนที่มีภรรยามากถึง 5 คนเรยา… ได้รับการดูถูก
เหยียดหยามจากคุณนายที่ 2 และลูกๆของเจ้าสัวว่าเป็นลูกแขก เรยาเกลียดการเรียน
หนังสือตั้งแต่เล็ก และมักหาข้ออ้างในการหลีกเลี่ยงไม่ไปโรงเรียนเสมอ นางลำยองผู้
เป็นแม่ด้วยความรักลูกมากเกินไปจึงตามใจจึงทำให้เรยาดุด่าว่าแม่ของตนอยู่เสมอๆ
นางลำยองหนีออกจากบ้านเจ้าสัวมาอยู่รับใช้กับแหม่มชาวอังกฤษคนหนึ่ง
แหม่มใจดีสอนให้เรยาพูดภาษาอังกฤษจนเก่ง เรยาโตเป็นสาวสวยหน้าตาคมเข้ม
เป็นคนที่มีความทะเยอทะยานและมีความมั่นใจในตัวเองสูงมาตั้งแต่เล็ก เธอมักใฝ่ฝัน
ถึงความร่ำรวยและสะดวกสบายของชีวิตจนยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อ ให้ได้มาใน
สิ่งที่ตนเองต้องการ
เรยาเรียนไม่จบแต่อยากเป็นแอร์โฮสเตส จึงเข้าไปสมัครกับสายการบิน
ที่สินธรเป็นผู้อำนวยการใหญ่ใหญ่ฝ่ายบุคคลบริษัทสยามทรานเนชั่นแอร์เวย์ สินธร
เป็นคนเจ้าชู้ประกอบกับเรยาอยากมีงานทำ เรยาจึงยอมเป็นภรรยาน้อยของสินธร
และคอยระรานภรรยาหลวงคือเด่นจันทร์อยู่เสมอ เด่นจันทร์มีฐานะร่ำรวยมากเมื่อ
ทราบว่าสินธรมีเรยาเป็นภรรยาน้อยจึงยื่นคำขาดให้ทั้ง 2 เลิกติดต่อกันโดยที่พ่อของ
เด่นจันทร์ยอมเสียเงินให้เรยา 20 ล้านบาท
เรยาไม่หยุดเพียงแค่นั้นเธอได้เป็นแอร์โฮสเตสอีกสายการบินหนึ่ง ต่อมา
เรยาถูกใจคุณชายใหญ่ลูกชายเจ้าสัวจึงคอยติดตามเพื่อที่จะใช้เล่ห๋มารยาได้อยู่ใกล้ชิด
คุณชายใหญ่จนได้เป็นภรรยาคุณชายใหญ่สมใจและเรยาคิดที่จะจับคุณชายใหญ่
โดยการมีลูก
บทบาทของเรยาในละครทุกตอนเป็นการแสดงพฤติกรรมที่ขัดต่อศีลธรรม
และประเพณีของคนไทย ผู้ชมส่วนใหญ่จึงวิจารณ์กันทั้งในสื่ออินเทอร์เน็ตและสื่อ
สาธารณะอื่นๆว่าไม่สมควรนำเสนอละครแนวนี้เกรงว่าเด็กๆที่ได้ดูจะเลียนแบบพฤติกรรม
ของเรยา เช่น  มีหลายข้อความบนอินเทอร์เน็ต ได้โพสข้อความเกี่ยวกับตัวละครดังนี้
                              ภาพจาก    http://www.moremun.com/wp-content/uploads/2011/04/4B73404348FE7F0C06159E2CA1884.jpg

             ข้อคิดจากเรื่อง “ดอกส้มทอง” ซึ่งนำมากจาก http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2152570 ใจกว้างเหมือน”คุณดี๋”..
กระดีเหมือน “เรยา”.. เงินหนาเหมือน “เด่นจันทร์”.. เอามันส์เหมือน “สินธร”..
ใจอ่อนเหมือน”คุณใหญ่”.. จริงใจเหมือน “หนุ่มนัท”.. ปากจัดเหมือน “เพื่อนเต้”..
เจ้าเล่ห์เหมือน “เยนหลิง”.. รักจริงเหมือน “คำแก้ว”.. เสื่อมแล้วเหมือน “เจ้าสัว”..
กรี๊ดผัวเหมือน “ซิลเวีย”
สิ่งดีๆที่แฝงอยู่ในละคนดอกส้มสีทองก็มีให้เห็น เช่น ความแน่วแน่
จริงใจของนัท เพื่อนชายที่หลงรัก เรยา นัทมีคำพูดแรงๆที่สอนให้เรยารู้สำนึก
แต่ไม่สามารถสกัดกั้นพฤติกรรมของเรยาได้เช่น “เธอมันเลว เป็นเมียน้อยเค้าไป
คนนึงแล้ว ยังจะเป็นเมียน้อยเค้าอีกคน ไงล่ะ ไปถึงไหนแล้ว เป็นเมียเค้ายัง”
“ชั้นไม่คิดเลยนะว่าเธอจะเลวได้สมบูรณ์แบบจริงๆ อย่าบอกนะว่าจะหา
ผู้ชายอื่นมาทำลูกเพื่อจับเค้าให้ได้” เรยาให้โอกาสนัทเพื่อที่จะทำให้เธอมีลูก
แต่นัทก็ไม่ทำ….จะเห็นว่านัทเป็นตัวละครที่มีคุณธรรมในละครเรื่องนี้
ถ้าวิเคราะห์กันตั้งแต่ชื่อเรื่อง ละครเรื่องมงกุฎดอกส้ม มงกุฎเป็นเครื่องประดับ
ที่งดงาม ดอกส้มเป็นดอกไม้ที่จะทำให้เกิดเป็นผลส้มต่อไป ส้มเป็นผลไม้พื้นๆ หาซื้อ
ได้ไม่ยาก ถ้าคิดในแง่ของชื่อเรื่อง มงกุฏดอกส้มอาจจะหมายถึงการทำให้หญิงสาว
ธรรมดาๆ (บรรดาภรรยาของเจ้าสัว) ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่หรูหราบนกองเงิน
กองทองของเจ้าสัว แต่เพราะเธอคือผู้หญิงธรรมดา มิใช่นางฟ้าที่สูงส่ง จึงมีค่าเพียง
แค่ได้มงกุฏดอกส้ม ไม่เหมาะสมกับมงกุฏเพชร

                               ที่มาของภาพ http://www.google.co.th/search?

                   ส่วนชื่อเรื่อง ดอกส้มสีทอง ดอกส้มก็น่าจะมีความหมายดังได้กล่าวมาแล้ว
สีทอง น่าจะเปรียบได้กับสำนวนดอกทอง สำนวนดอกทอง……เป็นการกล่าวถึงหญิงที่ประพฤติชั่ว…มาชู้หลายชาย ดังนั้น ดอกส้มสีทอง น่าจะหมายถึงเรื่องของผู้หญิงที่
ชอบแย่งสามีผู้อื่น อย่างเช่นพฤติกรรมของเรยา แม้จะไม่ชอบพฤติกรรมของตัวละคร
ในเรื่องมงกุฏดอกส้มจนถึงดอกส้มสีทองแล้วแต่ก็ยังมีตัวละครที่สอนให้เกิดคุณธรรม
หลายคน เช่น

                                ที่มาของภาพ http://www.google.co.th/search?

              1.คุณดี๋..ภรรยาคุณชายใหญ่ แสดงบทบาทโดย โดนัท มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์
สกุล รับบทเป็น ณฤดี สาวสวยบุตรสาวเอกอัครราชทูต ภรรยาของก้องเกียรติ
(คุณชายใหญ่) กิริยามารยาทเรียบร้อยงดงาม มีความเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว อดทน
และสามารถปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่างๆ ได้เป็นอย่างดี หนักแน่น
มั่นคงไม่หวั่นไหว แม้จะมีผู้พยายามเตือนเรื่องพฤติกรรมของสามีมากมายสักเพียงใด
ก็ตาม ก็ยังคงรักและเคารพในตัวสามีดังเดิม ไม่เคยสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้สามีเลย
แม้แต่น้อย ทั้งที่ตนเองเป็นฝ่ายถูกกระทำเรื่อยมา ที่มาของภาพ

ภาพจาก http://www.daradaily.com/content/news/d777(1).jpg
2.อาอึ้ม แสดงบทบาทโดย พิศมัย วิไลศักดิ์ รับบทเป็น หญิงชราชาวจีน คนรับใช้ประจำตัวคุณนายที่สี่ ภายหลังการเสียชีวิตของกิมลั้ง ท่าทางเชยๆ งกๆ เงิ่นๆ พูดภาษาไทยไม่ชัด แต่เป็นคนจิตใจดีงาม มีความรัก เมตตา สงสาร คุณนายที่สี่อย่างแท้จริง ปรนนิบัติดูแลอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดแม้คุณนายที่ 4 จะเป็นคนวิกลจริต

                         ภาพจาก http://www.google.co.th/search?
3. นัท เพื่อชายของเรยา ทีหลงรักเรยามาตั้งแต่เด็กแต่ไม่เคยล่วงเกินเรยาแม้จะมีโอกาสยังคงเป็นเพื่อนที่ดีคอยตักเตือนไม่ให้เรยาประพฤติผิด เป็นตัวละครที่มีความอดทน อดกลั้น ประพฤติแต่สิ่งที่ดีงาม


ภาพจาก   http://www.baanseries.com/asp-bin/pic_TopicPic/%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87-3787.jpg
4.หลุยส์ สก็อต เกียรติกร บุตรชายคนเดียวของโรส คุณนายที่สามแห่งตระกูลเชง จิตแพทย์หนุ่มจากนิวซีแลนด์ รูปหล่อ ฉลาดหลักแหลม มีไหวพริบ รักพี่น้องและครอบครัวเหนือสิ่งอื่นใด กตัญญูรู้คุณต่อบุพการีและพี่ชายเป็นอย่างยิ่ง รู้จักผิดชอบชั่วดี สามารถควบคุมตนเองได้อย่างดีเยี่ยม แม้ว่าเรยาจะพยายามยั่วยวนและเข้าหาเพียงใดก็ไม่หวั่นไหวเลย เพราะรู้ว่าเป็นภรรยาของพี่ชาย

  พฤติกรรมของตัวละครที่ไม่สมควรนำไปเป็นเยี่ยงอย่างได้แก่

                            ทีมาของภาพ http://www.google.co.th/imglanding?
1. เจ้าสัวเชงสือเกียง รับบทโดยฉัตรชัย เปล่งพานิชเจ้าสัววัย 60 ปี เป็น
คนเก่งทางธุรกิจการค้า แต่ไม่เก่งในการครองเรือน นิยมมีภรรยาเล็กๆ มากมายเพื่อประดับบารมี ท่านเจ้าสัวกลัวความแก่เป็นชีวิตจิตใจ จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองยังคงหนุ่มแน่นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะต้องหมดเปลืองไปสักเท่าไหร่ก็ยอม เพื่อให้ได้มาซึ่งความหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวตลอดกาล เป็นคนจิตใจอำมหิตเลือดเย็น เมื่อภรรยาคนใดมีชู้ท่านก็จะสั่งกำจัดภรรยา
ผู้นั้นทันทีอย่างเลือดเย็น ตัวละครแบบเจ้าสัวนี้จึงไม่ควรนำไปเป็นแบบอย่างเพราะขาด
ความเมตตา ใจดำอำมหิต มักมากในกามคุณ

                      ทีมาของภาพ http://www.google.co.th/imglanding?
2. เม่งฮวย รับบทโดย จริยา แอนโฟเน ภรรยาชาวจีนคนที่หนึ่งของท่านเจ้าสัว ท่าทางงกๆ เงิ่นๆ ขี้บ่น มักจะเก็บตัวอยู่แต่ในห้องเพื่อสวดมนต์ เธอใช้การปฏิบัติธรรมเป็นที่พึ่งทางใจ ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วเธอไม่สามารถทำใจให้สงบได้เลย เธอยังคงมีความอิจฉาริษยาแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น โดยเฉพาะในเรื่องท่านเจ้าสัวกับบรรดาภรรยาคนอื่นๆ อยู่เสมอ ยอมไม่ได้ที่จะเห็นใครดีไปกว่าตนเอง แต่เม่งฮวยก็ยังมีความดีอยู่บ้างตรงที่รักครอบครัว ดูแลปกครองบริวารในบ้านให้ได้รับความผาสุกเสมอมา รวมทั้งพยายามอบรมบุตรธิดาให้เติบโตมาเป็นคนดี ทั้งๆ ที่ท่านเจ้าสัวแทบจะไม่มีเวลาสนใจบุตรธิดาของตนเลย ตัวละครแบบเม่งฮวยนี้จึงไม่ควรนำเป็นแบบอย่างในเรื่องความอิจฉาริษยา เพราะจะนำมาซื่อความไม่สงบสุขภายในบ้าน                          ที่มาของภาพ http://www.google.co.th/search?
3.เยนหลิง รับบทโดย จอย รินนรี ศรีเพ็ญ ภรรยาคนที่สองของท่านเจ้าสัว เธอเป็นคนหน้าเนื้อใจเสือ พูดจาอ่อนหวานจนน่ากลัว ไม่เคยมีความรักและความจริงใจให้กับใครเลย เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง ทะเยอทะยาน อิจฉาริษยา จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต พร้อมที่จะทำลายศัตรูคู่อาฆาตเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตนเองต้องการตลอดเวลา เยนหลิงทำทุกวิถีทางเพื่อที่กำจัดบรรดาคุณนายต่างๆ ของท่านเจ้าสัวให้พ้นทาง เพื่อที่เธอจะได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงมนุษยธรรม คุณธรรมข้อใดๆ ที่มีในโลก เยนหลิงชอบดูถูกคนอื่นๆ อวดตัวว่าเป็นหลานสาวท่านทูต ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วเธอเป็นเพียงญาติห่างๆ ของแม่บ้านที่ทำงานให้แก่ท่านทูตเท่านั้น ไม่มีความกตัญญูรู้คุณใดๆ เมื่อตนเองได้ดี แล้วก็ไม่เคยเห็นญาติพี่น้องอยู่ในสายตาอีกเลย ตัวละครแบบเยนหลิงนี้จึงไม่ควรเป็นแบบอย่างทุกพฤติกรรมของเธอหาความดีไม่ได้เลย ลูกก็ยังไม่รักเธอเพราะเธอไม่มีความจริงใจไม่รักใครนอกจากตัวเอง 

                             ที่มาของภาพ http://www.google.co.th/search?
4. สินธร รับบทโดย โอ๊ต วรวุฒิ นิยมทรัพย์ ผู้อำนวยการใหญ่บริษัทสยามทรานเนชั่นแอร์เวย์ส หนุ่มใหญ่รูปหล่อ เจ้าชู้ ปากหวาน มีความมักใหญ่ใฝ่สูง เนื่องจากพื้นฐานครอบครัวยากจนสินธรจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อความร่ำรวย ของตนเอง ตัวละครแบบสินธรจึงไม่ควรนำไปเป็นแบบอย่างในด้านความซื่อสัตย์ เขาควรมีความซื่อสัตย์ต่อภรรยา                             ที่มาของภาพ http://www.google.co.th/search?
5. เรยา รับทโดย ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต สาวสวยหน้าตาคมเข้ม เป็นคนที่มีความทะเยอทะยานและมีความมั่นใจในตัวเองสูงมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เธอมักใฝ่ฝันถึงความร่ำรวยและสะดวกสบายของชีวิตจนยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อ ให้ได้มาในสิ่งที่ตนเองต้องการ ตัวละครแบบเรยา ทำผิดศีลข้อ 3 อย่างเด่นชัด รู้ว่าผู้ชายที่เธอปรารถนามีภรรยาแล้ว แต่ก็พยายามทุกวิถีทางที่จะเป็นเจ้าของให้ได้ และขาดมธุรสวาจาต่อบุพการีทำให้แม่ต้องทุกข์ใจ ตรอมใจ กับคำพูดที่รุนแรงด้วยอารมณ์ ไม่เคยให้เกียรติผู้เป็นแม่ ลูกผู้หญิงจึงไม่ควร นำเป็นเยี่ยงอย่าง 
                                                    ที่มาของภาพ http://www.google.co.th/search?
6.คุณชายใหญ่ หรือก้องเกียรติ รับบทโดยอั๋น วิทยา วสุไกรไพศาล ชายหนุ่มรูปงาม บุตรชายคนโตของท่านเจ้าสัว เชงสือเกียง ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ เก่งในเชิงธุรกิจและการค้าเป็นอย่างยิ่ง สามารถบริหารงานให้เติบโตได้อย่างมั่นคง จนกลายเป็นเสาหลักของครอบครัวได้อย่างรวดเร็ว แต่เป็นคนใจอ่อน ไม่ชอบปฏิเสธใคร จนทำให้เกิดรอยบาดหมางในครอบครัวและในชีวิตหลายครั้งเนื่องมาจากตนเอง ตัวละครแบบคุณชายใหญ่จึงไม่ควรนำไปเป็นแบบอย่างในด้านความไม่เข้มแข็ง ความใจอ่อนขาดความเชื่อมั่นทำให้ครอบครัวเกิดปัญหา 
                              ที่มาของภาพ http://www.google.co.th/search?
7. ลำยอง แม่ของเรยา แสดงโดย ปวีณา ชารีฟสกุล เป็นคนรับใช้ในบ้านเจ้าสัวเป็นคนซื่อ มีความรู้น้อย มีท้องกับบังดุลซื่องเป็นแขกยามจนคลอดลูกคือเรยา ลำยองรักลูก ตามใจลูก สอนลูกไม่เป็น ยอมลูกทุกอย่าง ให้เรยาดุด่าด้วยคำพูดที่รุนแรง ตัวละครแบบลำยองจึงไม่ควรเป็นแบบอย่างของแม่ที่รักลูกไม่ถูกซึ่งพบมากในสังคมบ้านเราแม้ในชนบท ก็พบเห็นพ่อแม่ที่มีฐานะยากจนแต่เลี้ยงลูกให้สบาย ลูกจึงไม่ยอมช่วยเหลืองาน ทำตัวเป็นนายพ่อแม่ ข่มขู่ พ่อแม่ก็ยอมลูกทุกอย่างเพื่ออยากเห็นลูกสุขสบายกว่าตนเองจนกลายเป็น “ลูกเทวดา” 
                            ที่มาของภาพ http://www.google.co.th/search
ถ่ายเถา สุจริตกุล ผู้เขียนและผู้แปลเรื่องดอกส้มสีทอง ได้สรุปสาระจากเรื่อง ความสุขของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดย่อมหมายถึงความทุกข์ของอีกฝ่ายเสมอไป ไฟริษยาที่รุมร้อนอยู่เป็นนิจมักนำมาซึ่งความทุกข์ลุกโหมในดวงจิตดังเพลิงนรกที่ไม่รู้ดับ มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับสตรีที่เลือกทางเดินชีวิตแบบนี้ไม่ว่าจะจงใจหรือบุญกรรมชักนำไป เรื่องราวของหนังสือเล่มนี้เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากเรื่อง “มงกุฎดอกส้ม” เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่มีความทะเยอทะยานเป็นแรงผลักดันและไฟริษยาเป็นตัวขับเคี่ยว ยอมแม้กระทั่งกินน้ำใต้ศอกคนอื่นเพื่อทลายข้อจำกัดของชนชั้น มุ่งหวังจะไปให้ถึงเป้าหมายที่สูงสุดเอื้อม
เขียนโดย chokchai amnajnikorn ; bangkokfocus.co.cc
ถ้าคนในสังคมของเรารู้จักวิธีคิดทั้ง 10 มิติ จะช่วยให้เราเป็นผู้ชนะในศตวรรษที่ 21 ได้ เพราะจะช่วยให้เราประสบความสำเร็จ และยากที่จะผิดพลาดในการติดสินใจ ทำสิ่งใดๆ เราจะไม่หลงเชื่อสิ่งใดอย่างง่ายๆ แต่จะคิดไตร่ตรองอย่างละเอียดรอบคอบ ก่อนตัดสินใจ สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยวิธีการที่สร้างสรรค์ และสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีกลยุทธ์ ทำให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ อีกทั้งสามารถเตรียมความพร้อม ให้กับอนาคต ที่จะมาถึง ได้อย่างรอบคอบ ซึ่งรายละเอียด และการสอนวิธีคิดในแต่ละมิตินั้น ดร.เกรียงศักดิ์ได้เขียนหนังสือ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดมิติละหนึ่งเล่ม เพื่อให้สามารถบรรจุเนื้อหา และรายละเอียดในการคิดแต่ละมิติ ได้อย่างครบถ้วน                                            ที่มาของภาพ http://www.google.co.th/search
ทักษะการคิด   มิติการคิด  10 มิติ

ประการแรก การคิดเชิงวิพากย์ (Critical Thinking) หมายถึง ความตั้งใจที่จะพิจารณาตัดสินเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยการไม่เห็นคล้อยตามข้อเสนออย่างง่ายๆ แต่ตั้งคำถามท้าทาย หรือโต้แย้งสมมติฐาน และข้อสมมติที่อยู่เบื้องหลัง และพยายามเปิดแนวทางความคิด ออกลู่ทางต่างๆ ที่แตกต่างจากข้อเสนอนั้น เพื่อให้สามารถได้คำตอบที่สมเหตุสมผล มากกว่าข้อเสนอเดิม
ประการที่สอง การคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking) หมายถึง การจำแนกแจกแจงองค์ประกอบต่างๆ ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และหาความสัมพันธ์เชิงเหตุผล ระหว่างองค์ประกอบเหล่านั้น เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง ของสิ่งที่เกิดขึ้น
ประการที่สาม การคิดเชิงสังเคราะห์ (Synthesis-Type Thinking) หมายถึง ความสามารถในการดึงองค์ประกอบต่างๆ มาผสมผสานเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้สิ่งใหม่ ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
ประการที่สี่ การคิดเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Thinking) หมายถึง การพิจารณาเทียบเคียงความเหมือน และ/หรือ ความแตกต่าง ระหว่างสิ่งนั้น กับสิ่งอื่นๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ สามารถอธิบายเรื่องนั้นได้อย่างชัดเจน เพื่อประโยชน์ในการคิด การแก้ปัญหา หรือการหาทางเลือดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
ประการที่ห้า การคิดเชิงมโนทัศน์ (Conceptual Thinking) หมายถึง ความสามารถในการประสานข้อมูลทั้งหมด ที่มีอยู่ เกี่ยวกับเรื่องหนึ่งเรื่องใด ได้อย่างไม่ขัดแย้ง แล้วนำมาสร้างเป็นความคิดรวบยอด หรือกรอบความคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้น
ประการที่หก การคิดเชิงสร้างสรรค์ (Creative Thinking) หมายถึง การขยายขอบเขตความคิดออกไป จากกรอบความคิดเดิมที่มีอยู่ สู่ความคิดใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อค้นหาคำตอบที่ดีที่สุด ให้กับปัญหาที่เกิดขึ้น
ประการที่เจ็ด การคิดเชิงประยุกต์ (Applicative Thinking) หมายถึง ความสามารถในการนำเอาสิ่งที่มีอยู่เดิม ไปปรับใช้ประโยชน์ในบริบทใหม่ ได้อย่างเหมาะสม โดยยังคงหลักการของสิ่งเดิมไว้
ประการที่แปด การคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking) หมายถึง ความสามารถในการกำหนดแนวทางที่ดีที่สุด ภายใต้เงื่อนไขข้อจำกัดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าหาแกนหลักได้อย่างเหมาะสม เพื่ออธิบาย หรือให้เหตุผลสนับสนุนเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
ประการที่เก้า การคิดเชิงบูรณาการ (Integrative Thinking) หมายถึง ความสามารถในการเชื่อมโยงแนวคิด หรือองค์ประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าหาแกนหลักได้อย่างเหมาะสม เพื่ออธิบาย หรือให้เหตุผลสนับสนุนเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
ประการที่สิบ การคิดเชิงอนาคต (Futuristic Thinking) หมายถึง ความสามารถในการคาดการณ์สิ่งที่อาจเกิดขึ้น ในอนาคต อย่างมีหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม

ที่มา ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา http://advisor.anamai.moph.go.th/download/think02.html

คำถามหลังเรียน
1.ถ้านักเรียนเป็นเรยานักเรียนจะมีพฤติกรรมอย่างเรยาหรือไม่ เพราะอะไร
2.การที่ผู้ชายขาดความซื่อสัตย์ต่อภรรยา จะทำให้เกิดปัญหาในครอบครัวและปัญหาสังคมอย่างไร
3.ความอิจฉาริษยาของบรรดาภรรยาของเจ้าสัวก่อให้เกิดปัญหาอย่างไรบ้าง
4.นักเรียนเห็นด้วยหรือไม่กับการที่ผู้ชายมีภรรยาหลายคน เพราะเหตุใต
5.พฤติกรรมอย่างเรยาน่าจะส่งผลถึงอนาคตหรือไม่  อย่างไร

กิจกรรมเสนอแนะ 
จัดกิจกรรมโต้วาทีโดยให้นักเรียนตั้งญัตติเกี่ยวกับพฤติกรรมการกรทำผิดศีลข้อ 3 เช่น
– ผู้ชายหลายเมียดีกว่าละเหี่ยกับเมียเดียว
– อยากได้ดอกส้มสีทองหรือหมายปองดอกฟ้า
บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

แหล่งอ้างอิง
http://advisor.anamai.moph.go.th/download/think02.html http://www.google.co.th/search http://www.google.co.th/imglanding?
http://www.komchadluek.net/detail/
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2152570
http://www.sahavicha.com/?name=knowledge&file=readknowledge&id=3674

23 thoughts on “จากดอกส้มสีทอง…สู่…การคิด 10 มิติ

  1. 5. ทำให้ชีวิตไม่มีความสุขต้องเดือดร้อนและดิ้นรนตลอดเวลากลัวว่าคนอื่นจะดีกว่าทำให้ตัองทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจะได้มันมาและคนอื่นก็จะมองว่าเป็นคนไม่ดีเพราะความอิสฉาริสยาของตัวเอง

    • เขียนคำว่า อิจฉาริษยา ผิดนะคะ อิจฉาเป็นคำที่มาจากภาษาบาลี สังเกตที่ตัวสะกดตัวตาม อิจ ตัวสะกดคือ จ ตามด้วย ฉา ซึ่งมีพยัญชนะ ฉ เป็นตัวตาม จ และ ฉ เป็นพยัญชนะวรรคเดียวกัน ตามหลักการเขียนคำของภาษาบาลีค่ะ

  2. 4. ไม่ เพราะการที่ผู้ชายมีภรรยาหลายคนทำให้ผู้หญิงไม่มีความสุข ทำให้ครอบครัวมีปัญหาและตัวผุ้ชายเองก็อาจไม่มีความสุขไปด้วย

  3. 3. ทำให้คนที่เป็นภรรยาไม่มีความสุขจะมีแต่ความแก่งแย่ง ชิงดีกันและตัวเจ้าสัวเองก็จะไม่มีความสุขเพราะเห็นภรรยาของตนเองคอยแตบตีกัน

  4. 2. ทำให้ครอบครัวนั้นไม่มีความสุขและถ้าครอบครัวนั้นมีลูกจะทำให้เด็กในครอบครัวนั้นมีปัญหาและจะส่งผลต่อสังคมทำให้สังคมไม่มีเด็กรุ่นใหม่ที่ดี เก่ง มาทำให้สังคมเจริญเพราะตัวเด็กที่โตขึ้นมาเรียนไม่จบและเป็นเด็กมีปัยหาจากการกระทำของ พ่อ

  5. 1. ไม่ เพราะถ้าเป็นคนนิสัยอย่างเรยาก็อาจไม่มีใครคบด้วย เพราะชอบแย่งสามีคนอื่น ทำให้คนที่เขารักกันแตกแยกกัน

  6. การที่สามีไม่มีความสื่อสัตย์ต่อภรรยาอาจทำให้ครอบครัวไม่มีความสุขเเละสังคมมองผู้ชายคนนี้เป็นคนไม่ดี

  7. การที่บรรดาภรรยาของเจ้าสัวต่างพากันอิจฉาริษยากันกลัวใครจะดีกว่ากันอาจจะทำให้ชีวติของเจ้าสัวไม่มีความสุขเเละไม่สบายใจ

  8. พฤติกรรมของเรยาส่งผลถึงอนาคตแน่นอนเพราะพฤติกรรมแบบนี้เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างจะส่งผลต่ออนาคตคือ ชีวิตไม่มีความสุข เป็นที่จับตามองของผู้คนมากมาย

  9. ไม่เห็นด้วย เพราะการมีภรรยาหลายคนเป็นการผิดศีลข้อที่ 3 ศีลมี 5 ข้อเมื่อเราไม่ปฎิบัติข้อใดข้อหนึ่งก็จะทำให้ชีวิตเราไม่สมบูรณ์เกิดความเดือดร้อนตามมาทีหลัง

  10. ความอิจฉาริษยาทำให้เกิดความเดือดร้อน ความวุ่นวาย และความเดือดร้อนความวุ่นวายทำให้เกิดการชิงดีชิงเด่นการที่เราคิดอิจฉาริษยาผู้อื่นจะส่งผลให้ตัวเราเดือดร้อนและส่งผลให้สังคมวุ่นวายเหมือนกับคำที่ว่า ความอิจฉาริษยาเป็นบ่อเกิดของความเดือดร้อน

  11. ชีวิตไม่มีความมั่นคง ไม่มีความสุขทำให้ผู้คนรอบข้างดูถูกเหยียดหยามได้ และทำให้ชีวิตตกต่ำในที่สุดเพราะความเห็นแก่ตัวของเรยา

  12. ปัญหาทางครอบครัวและสังคมสะท้อนอย่างเห็นได้ชัดคือ การทะเลาะวิวาทในครอบครัวและการหย่าร้างเกิดขึ้นเนื่องจากการกระทำของสามีไม่เกิดผลดีต่อครอบครัวและสังคมทำให้ภรรยาทนการกระทำของสามีไม่ได้จึงเกิดการทะเลาะวิวาทและการหย่าร้างดังที่กล่าวมาข้างต้นทำให้เด็กขาดความอบอุ่น ขาดความเอาใจใส่จากพ่อแม่ทำให้สังคมร่วมถึงครอบครัวมีปัญหามากมาย

  13. ไม่เห็นด้วย เพราะการที่ผู้ชายมีภรรยาหลายคนเหมือนกับว่าผู้หญิงเป็นข้าทาส บริวาร ของผู้ชาย และการมีภรรยาหลายคน ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนได้เมื่อเห็นสามีของตนไปเสวยสุขอยู่กับหญิงอื่น ทำให้มีปัญหากัน และการมีคนเดียว รักเดียงใจเดียวมันก็เป็นความเสมอภาคเสมอปลายดี เพราะใครๆๆก็ไม่อยากคนให้คนรักของตนไปมีชู้กับคนอืนอย่างแน่นอน

  14. ไม่ เพราะพฤติกรรมของของตัวละครที่ชื่อเรยาเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสะท้อนให้เห็นในหลายด้านและด้านที่สะท้อนอย่างเห็นได้ชัดคือ ด้านพฤติกรรม ด้านอารมณ์ ที่กระทำต่อมารดาของตนเองและบุคคลรอบข้าง เป็นต้น

  15. ทำให้ครอบครัวไม่อบอุ่น ทำให้ภรรยาระแวงว่าสามีของตนจะทิ้งตนไปเมื่อใด และทำให้เด็กที่เกิดมาไม่มีคุณภาพ ในเมื่อพ่อและไม่มีเวลาสนใจเด็ก และเด็กก็ไม่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี ไม่ได้รับการดูแล และความเอาใจใส่ ทำให้ไม่ได้รับความอบอุ่นจากพ่อแม่ที่แท้จริง

  16. ไม่เพราะ ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ซึ่งไม่มีผู้หญิงคนไหนทนได้อยู่แล้วเมื่อถูกคนอื่นแย่งสามีของตนไป และไม่เป็นเรื่องดีกับตนเองเลยที่ให้ทำบุพการีของตนเองแท้ๆเสียใจในคำพูดที่ลูกไม่ควรพูดกับแม่ของตน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s